พาชมงานเปิดตัว Chevrolet Colorado กระบะพันธุ์แกร่งและสวยสไตล์อเมริกัน

เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในโลก เชฟโรเลต โคโลราโด รถกระบะรุ่นใหม่ที่มาพร้อมความแข็งแกร่งที่สุด ทรงพลังที่สุด และการออกแบบที่โดดเด่นที่สุดในประวัติศาสตร์ 100 ปีของเชฟโรเลต  รุ่นนี้เป็นรถกระบะคันแรกที่ผมกล้าเอ่ยปากชมว่าสวยจริงๆ ดีไซน์ทั้งภายนอกและภายในได้ลงตัวสวยงาม เหนือกว่ารถกระบะยี่ห้อญี่ปุ่นทั่วไป เพราะโดยส่วนตัวแล้วเป็นคนที่ชื่นชอบยนตรกรรมหรู มากกว่ารถกระบะเพื่อการพาณิชย์

ความคิดเห็นจากผู้เขียน
ดีไซน์โดยเฉพาะด้านหน้าที่สวยล้ำ ดูแกร่ง ใหญ่ บึกบึน สไตล์ American truck  ไฟหน้าดีไซน์สวยงามแบบรถ SUV ฉีกแนวรถกระบะทั่วไปที่มีไฟหน้าเหลี่ยมทื่อๆ ตัวรถมีความโค้งมน ลดเส้นสายที่ดูรกตา ล้อที่ออกแบบได้สวยมาก ไฟท้ายในรุ่นท็อปเป็นแบบ LED วางเป็นรูปตัว C  กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวดีไซน์ใหม่ ภายในกว้างขวางนั่งสบาย คอนโซลหน้าก็สวยงามคล้ายในรถเก๋ง ทั้งหมดนี้จึงเป็นจุดเด่นที่น่าสนใจครับ ถ้าได้มาลองสัมผัส จะลืมรถกระบะอื่นๆที่เคยเห็นหรือเคยขับมาก่อนได้เลย

ในช่วงเดือนตุลาคม 2554 รถกระบะแทบทุกยี่ห้อต่างก็ออกโฆษณามากระตุ้นยอดขายเต็มที่ บางยี่ห้อก็ไมเนอร์เชนจ์ให้ดูสดใหม่ บางยี่ห้อก็เปิดตัวรุ่นใหม่หมดจดทั้งคัน  อยากให้ลองแวะไปที่โชว์รูมของ Chevrolet กันครับ 17 ตุลาคมนี้ ลองไปสัมผัสหรือทดลองขับ เปรียบเทียบกับยี่ห้ออื่นๆ แล้วคุณจะชอบ Colorado ใหม่แน่นอน

จุดด้อยของ Colorado ใหม่ที่ยังคงมี ก็เช่น กลิ่นควันไอเสียที่ยังคงเหม็นปวดหัวเหมือนเดิม ไม่สามารถทนกลิ่นได้นาน แต่ก็ยังดีกว่า Isuzu ครับ รายนั้นถือว่าสุดๆแล้ว  ส่วนเรื่องศูนย์บริการและโชว์รูม ก็ถือว่า Chevrolet ได้เพิ่มจำนวนออกไปให้ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศมากขึ้นแล้ว ถ้าปัจจัยนี้มีผลกับการตัดสินใจซื้อรถมากเกินไป สุดท้ายก็จะต้องเลือก Toyota หรือ Isuzu  ซึ่งถ้ามีศูนย์บริการสัก 1 แห่งของ Chevrolet ในพื้นที่ที่คุณอยู่ และไม่ได้ไกลหลายสิบกิโลเมตรแล้ว ก็ไม่เห็นเป็นไร  ซื้อรถมาใช้งานแต่ละปี  สักกี่ครั้งที่ไปศูนย์บริการในช่วง 1 ปี  เรื่องค่าบริการและอะไหล่ แต่ละยี่ห้อก็ไม่ได้แตกต่างกันมากมายแล้ว อย่ายึดติดกับยี่ห้อเดิมๆ ลองเปรียบเทียบดูครับ แล้วคุณจะรู้ว่า Colorado น่าสนใจกว่าคู่แข่ง  แต่ถ้าสังเกตให้ดีจะพบว่า Isuzu D-max ตัวใหม่กับ Colorado จะมีบางอย่างคล้ายกัน โดยเฉพาะภายในห้องโดยสาร เนื่องจากมีการใช้ชิ้นส่วนประกอบร่วมกัน ส่วน Hilux VIGO Champ นั้น ดีไซน์ที่เพิ่งปรับใหม่ ก็ยังแพ้ Colorado ในทุกมุมมอง  จึงอยากให้ลองเปิดใจรับ Colorado ใหม่เข้าไปเป็นตัวเลือกครับ อยากให้ภูมิใจเพราะรถรุ่นนี้สร้างขึ้นมาให้เหมาะสมกับการใช้งานในประเทศไทยอย่างแท้จริง

ประมวลภาพจากงานเปิดตัวฯ อย่างยิ่งใหญ่อลังการ และเปิดตัวที่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกในโลก ก่อนที่จะเปิดตัวในประเทศอื่นๆตั้งแต่ปลายปีนี้เป็นต้นไป  โดยในงานยกเอาไร่ข้าวโพดและพายุฝนกระหน่ำ มาจัดในฮอลล์ใหญ่ EH106 ของ BITEC บางนากันเลยทีเดียว

อ่านบทความรีวิวทดสอบ Colorado ได้ที่ http://www.headlightmag.com/main/index.php?option=com_content&view=article&id=3162:exclusive-first-impression-chevrolet-colorado-x-cab-28-ltz-z71-4×4-6at-worlds-first-report&catid=78:pickup-truck&Itemid=97

ราคา All-New Chevrolet Colorado รุ่นปี 2012 มีดังต่อไปนี้

Single Cab
มาตรฐาน ราคา 537,000 บาท เครื่องยนต์ Duramax 2.5 150 แรงม้า/350 นิวตันเมตร ราคาขายพร้อมเครื่องปรับอากาศ

Extended Cab
มาตรฐาน ราคา 584,000 บาท เครื่องยนต์ Duramax 2.5 150 แรงม้า/350 นิวตันเมตร ราคาขายพร้อมเครื่องปรับอากาศ
Z71 ยกสูง ราคา 688,000 บาท เครื่องยนต์ Duramax 2.5 150 แรงม้า/350 นิวตันเมตร ราคาขายพร้อมเครื่องปรับอากาศ
Z71 4X4 ราคา 737,000 บาท เครื่องยนต์ Duramax 2.5 150 แรงม้า/350 นิวตันเมตร ราคาขายพร้อมเครื่องปรับอากาศ

Crew Cab
มาตรฐาน ราคา 659,000 บาท เครื่องยนต์ Duramax 2.5 150 แรงม้า/350 นิวตันเมตร ราคาขายพร้อมเครื่องปรับอากาศ
Z71 ยกสูง ราคา 765,000 บาท เครื่องยนต์ Duramax 2.5 150 แรงม้า/350 นิวตันเมตร ราคาขายพร้อมเครื่องปรับอากาศ
Z71 4X4 ราคา 808,000 บาท เครื่องยนต์ Duramax 2.5 150 แรงม้า/350 นิวตันเมตร ราคาขายพร้อมเครื่องปรับอากาศ

Chevrolet Roadside Assistance Service 24 Hrs.
บริการช่วยเหลือฉุกเฉินทั่วประเทศตลอด 24 ชั่วโมง
ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ โทร.1734

—————————————————————————————–
เรียบเรียงบทความและถ่ายภาพโดย วรพล ลิ่มศิริวงศ์ (Worapol Limsiriwong)

ติดต่อทำข่าว PR งานเปิดตัว / รีวิวผลิตภัณฑ์ / จ้างงาน
โทร. 08-7909-7000  ●  Google+ : worapol@gmail.com
facebook.com/worapol  ●  twitter.com/digitalnext
ท่านสามารถนำบทความนี้ไปเผยแพร่ได้ในสื่อทุกประเภท
แต่ต้องทำลิงค์อ้างอิงมายังบทความหน้านี้ ขอบคุณล่วงหน้าครับ


รายละเอียดและสิ่งที่น่าสนใจของ Chevrolet Colorado ใหม่ (เรียบเรียงโดยเชฟโรเลต)

บึกบึน สมบุกสมบัน โดดเด่นด้วย “ดูอัลพอร์ท” ดีเอ็นเอ เชฟโรเลต

เชฟวี่ โคโลราโด รุ่นใหม่ล่าสุด มาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกใหม่หมดจด สะดุดตาตั้งแต่หน้าจรดท้ายรถ ตัวถังมีขนาดใหญ่โตขึ้นจากรุ่นเดิมในทุกมิติ โดดเด่นด้วยกระจังหน้าสองชั้น “ดูอัลพอร์ท” ล้อมกรอบโครเมียม และคาดกลางด้วยโลโก้โบไทสีทองเอกลักษณ์เฉพาะของเชฟโรเลต ฝากระโปรงหน้าขนาดใหญ่เน้นสันขอบที่ยกสูงขึ้นจากซุ้มล้อราวสามนิ้ว เพิ่มความบึกบึนขึ้นอย่างชัดเจน

ด้านหน้าของโคโลราโด ยังถูกเติมความดุดันเต็มพิกัดด้วยโคมไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ อยู่คู่กับไฟตัดหมอกทรงเหลี่ยมล้อมกรอบด้วยโครเมียมในรุ่น LTZ หรูหรามีเอกลักษณ์ และส่องสว่างดียิ่งขึ้น ขณะที่ด้านล่างของกันชนหน้าติดตั้งแผ่นกันกระแทกเสริมความแข็งแกร่งป้องกันการกระแทกอ่างน้ำมันเครื่องหากขับขี่ในเส้นทางสมบุกสมบัน

เสริมความหรูหราด้วยโครเมียมรอบคัน ทั้งที่เปิดฝาท้าย ที่เปิดประตู กันชนหลัง และกระจกมองข้างปรับและพับไฟฟ้า ขณะที่ไฟท้ายแนวตั้งเป็นแบบแอลอีดีส่องสว่างชัดเจนยามค่ำคืนพร้อมไฟตัดหมอกหลัง สำหรับล้ออัลลอยใช้ขนาด 17 นิ้วพร้อมยาง 255/65 R17 รับกับโป่งซุ้มล้อขนาดใหญ่ทั้งหน้าและหลังในรุ่น LTZ และล้อขนาด 16 นิ้ว พร้อมยาง 245/70 R16 ในรุ่น LT พร้อมรองรับทุกการขับขี่

โครงสร้างแชสซีส์ของโคโลราโด ใหม่ ได้รับการคำนวณโครงสร้างมาเป็นอย่างดีให้ทนแรงบิดตัวได้ดี พร้อมด้วยคานขวางเสริมแรงถึง 8 จุด “8 Cross members” (ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อ) และคานขวางเสริมแรง 7 จุด “7 Cross members” (ในรุ่นขับเคลื่อน 2 ล้อ) พร้อมการใช้เทคโนโลยีพัฒนาพื้นผิวตัวรถอย่างพิถีพิถันเพื่อความทนทาน ตลอดจนการประกอบที่เน้นให้ช่องว่างของชิ้นส่วนตัวถังแคบลงกว่าเดิม ลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร เพิ่มภาพลักษณ์ความหรูหราเหนือกว่ารถกระบะในระดับเดียวกัน

สำหรับรูปแบบตัวถังของ เชฟวี่ โคโลราโด ใหม่ มีให้เลือก 3 สไตล์

  • Crew Cab – รถปิกอัพสไตล์เอนกประสงค์ 4 ประตู เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และความแข็งแกร่ง พร้อมตอบสนองความสะดวกสบาย และให้ความหรูหราสำหรับครอบครัวคนรุ่นใหม่ที่ใช้ชีวิตฉีกกรอบอย่างมีสีสัน
  • Extended Cab – รถปิกอัพ 2 ประตูตอนครึ่ง พร้อม Cab Flex หรือแค็บแบบเปิดได้ 90 องศา ออกแบบมาสำหรับการใช้งานแบบเอนกประสงค์ ทั้งในชีวิตประจำวัน การบรรทุกหนัก ตลอดจนการท่องเที่ยว
  • Single Cab – รถปิกอัพ 2 ประตู รองรับทุกการบรรทุกหนัก เพื่อความคุ้มค่าในการใช้งานเชิงพาณิชย์

โคโลราโด ใหม่ มาพร้อมกับสีสันตัวถังถึง 7 สี ได้แก่ สีขาว Alpine White สีเงิน Switchblade Silver สีดำ Black Sapphire สีเทา Royal Gray สีแดง Sizzle Red สีน้ำตาล Auburn Brown และสีน้ำเงิน Oceanic  Blue

ภายในกว้างขวางเอนกประสงค์สะดวกสบาย ดังรถยนต์นั่งสุดหรู

ภายในห้องโดยสารของโคโลราโด ใหม่ ออกแบบด้วยแนวคิด “ดูอัล ค็อกพิท” ดีเอ็นเอเดียวกับรถสปอร์ตในตำนานอย่างเชฟโรเลต คอร์เวทท์ เน้นความไหลลื่นตลอทั้งแผงคอนโซล สร้างความสมดุลภายในห้องโดยสาร ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสัมผัสประสบการณ์แห่งการขับขี่ร่วมกัน การตกแต่งมอบความรู้สึกหรูหรา สะดวกสบาย และตอบสนองทุกการใช้งานอย่างแท้จริง

แผงคอนโซลใช้สีทูโทน สีเบจและสีดำในรุ่น LTZ และ LT เสริมด้วยเมทัลลิกเพิ่มความโฉบเฉี่ยว มาตรวัดเรืองแสงสปอร์ตเต็มพิกัด การดีไซน์ได้รับแรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตเชฟโรเลต คามาโร พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการเดินทาง Data Information Center (DIC) โดดเด่นยามค่ำคืนด้วยแสงสีฟ้าอ่อน (Ice Blue LED illumination) สวยงามแตกต่างจากรถกระบะทั่วไป ขณะที่คอนโซลกลาง ติดตั้งสวิทช์ทรงกลมควบคุมระบบขับเคลื่อน เพียงหมุนปรับเปลี่ยนจากระบบขับเคลื่อนสองล้อ เป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ 4WD Hi/ 4WD Lo ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า สำหรับการบุกตะลุยในทุกเส้นทาง

พื้นที่ในห้องโดยสารกว้างขวางยิ่งขึ้น โดยมีพื้นที่ช่วงไหล่ ศรีษะ และความสูงของเบาะที่นั่งมากที่สุดในรถกระบะระดับเดียวกัน เบาะที่นั่งคู่หน้าปรับสูงต่ำและเลื่อนเข้าออกได้มากกว่าเดิมเพื่อรองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่และผู้โดยสาร พร้อมพื้นที่ช่องเก็บของมากมายสไตล์รถกระบะเอนกประสงค์ โดยโคโลราโด เอ็กซ์เทนเดด-แค็บ มีทั้งหมด 19 ช่อง ขณะที่ครูว์-แค็บ มีถึง 20 ช่องเก็บของ

อุปกรณ์อำนวยความสะดวกภายในครบครัน ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบดิจิตอลที่ให้ความเย็นรวดเร็วกว่าเดิมในทุกสภาพอากาศและเงียบกว่าเดิมจากการปรับปรุงระบบไหลเวียนอากาศใหม่ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ครูสคอนโทรลอยู่คู่กับพวงมาลัย 3 ก้านแบบมัลติฟังก์ชั่นขนาดกระชับมือ เครื่องเสียงแบบ 2 DIN เชื่อมต่อด้วยระบบบลูธูท MP3/USB และ AUX ผ่านลำโพง 6 ตัวในรุ่น LTZ

ขุมพลัง “ดูราแมกซ์” ขีดสุดแห่งเทคโนโลยีดีเซล  

ขุมพลังขับเคลื่อนอันร้อนแรงของเชฟวี่ โคโลราโด ใหม่เป็นเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบรุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูลดูราแมกซ์ มีขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตร ผลิตจากศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซล “จีเอ็ม เพาเวอร์เทรน” ในจังหวัดระยอง ได้รับการพัฒนาโดยทีมวิศวกรระดับโลกของจีเอ็ม ผสมผสานทั้งความทนทาน

 ประหยัดน้ำมัน และเปี่ยมด้วยพละกำลัง โดยผ่านการทดสอบอย่างถึงขีดสุดในทุกสภาวะการขับขี่ ทั้งในแอฟริกา เอเชีย อเมริกาเหนือ และอเมริกาใต้

สำหรับเครื่องยนต์ 2.8 ลิตร เป็นบล็อก 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น พร้อมเทอร์โบ แปรผัน และอินเตอร์คูลเลอร์ ให้พละกำลังสูงสุด 180 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตรที่รอบต่ำเพียง 2,000 นาทีสำหรับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และแรงบิด 440 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาทีสำหรับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

ขณะที่เครื่องยนต์ขนาด 2.5 ลิตรของโคโลราโด เป็นแบบ 4 สูบแถวเรียง 16 วาล์ว คอมมอนเรลไดเรคอินเจคชั่น พร้อมเทอร์โบและอินเตอร์คูลเลอร์เช่นกัน โดยให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตรที่ 2,000 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

วิศวกรของจีเอ็มเน้นพัฒนาเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ทั้ง 2 รุ่นของโคโลราโด ใหม่ ให้มีแรงบิดสูงในรอบต่ำ เหมาะกับการใช้งานหนัก ทั้งการบรรทุกสิ่งของ หรือลากจูงได้อย่างเต็มพิกัด พร้อมสามารถไต่ขึ้นลงทางลาดชันได้อย่างสบาย โดยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบที่มีความจุ 2.8 ลิตร และ 2.5 ลิตรนั้นยังถูกออกแบบมาให้มีอัตราบริโภคน้ำมันค่อนข้างต่ำอีกด้วย

ความปลอดภัยเต็มพิกัด พร้อมให้ความมั่นคงทุกการขับขี่

โคโลราโด ใหม่ มาพร้อมกับระบบความปลอดภัยเชิงรุกที่ให้ความอุ่นใจอย่างเต็มที่ ดิสก์เบรกคู่หน้าพร้อมครีบระบายอากาศขนาด 300 มม. พร้อมระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก และระบบกระจายแรงเบรก (EBD)

–           TCS (Traction Control System) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ทำงานร่วมกับระบบเบรก ABS และแรงบิดของเครื่องยนต์ในทุกรอบความเร็ว และในทุกสภาวะการขับขี่ ทั้งขณะออกตัว เข้าโค้ง หรือเบรกกะทันหัน

–           ESP (Electronic Stability Program) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว โดยระบบจะทำงานร่วมกับ TCS โดยทำการประเมินการเคลื่อนที่ของรถกับองศาการหมุนของพวงมาลัย หากเกิดการเสียสมดุล ระบบจะเพิ่มแรงเบรกในแต่ละล้อ รวมทั้งลดกำลังของเครื่องยนต์ เพื่อให้รถกลับเข้าสู่สภาวะสมดุลและควบคุมได้ง่ายขึ้น (เฉพาะรุ่น LTZ)

–           PBA (Panic Brake Assist) ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน โดยระบบจะตรวจจับจากน้ำหนักการกดเท้าลงที่แป้นเบรกและจะช่วยเพิ่มกำลังและสั่งการให้ระบบ ABS ทำงานเร็วขึ้น อันจะช่วยลดระยะในการหยุดรถให้สั้นลงเมื่อเปรียบเทียบกับรถที่มีระบบเบรก ABS แต่ไม่มีระบบ PBA นี้ (ยกเว้นรุ่น LS)

–           CBC (Cornering Brake Control) ระบบสร้างสมดุลขณะเบรกในโค้ง โดยระบบจะควบคุมแรงดันเบรกและลงน้ำหนักในการเบรกไปยังล้อทั้งสี่อย่างอิสระจากกันอย่างเหมาะสม ซึ่งแรงดันและน้ำหนักในการเบรกในแต่ละล้ออาจแตกต่างกัน เพื่อช่วยสร้างสมดุลและการทรงตัว และลดอาการท้ายปัด (Oversteer) หรือดื้อโค้ง (Understeer) (เฉพาะรุ่น LTZ)

–           HBA (Hydraulic Brake Assist) ระบบช่วยเพิ่มแรงดันน้ำมันเบรก ทำงานเมื่อผู้ขับขี่ลงน้ำหนักเท้าไปที่แป้นเบรกอย่างรุนแรงขณะเบรกกะทันหัน (ยกเว้นรุ่น LS)

–           HBFA (Hydraulic Brake Fade Assist) ระบบชดเชยแรงดันน้ำมันเบรก ทำงานโดยอัตโนมัติเมื่อผู้ขับขี่ทำการย้ำเบรกขณะเบรกกะทันหัน

ขณะที่ความปลอดภัยเชิงรับก็พร้อมปกป้องทุกคนในห้องโดยสาร ถุงลมนิรภัยด้านคนขับและผู้โดยสารตอนหน้าในรุ่น LTZ แชสซีส์ขนาดใหญ่ทนแรงบิดตัวได้สูง พร้อมคานขวางเสริมแรง โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก พร้อมคานเสริมนิรภัยกันกระแทกด้านข้าง พวงมาลัยนิรภัยยุบตัวอัตโนมัติ ช่วยลดแรงกระแทกช่วงอกจากการชนด้านหน้า และกระจกหน้าอัดซ้อนนิรภัย

ระบบกันสะเทือนให้ความมั่นคงในทุกย่านความเร็วตามแบบของเชฟโรเลต ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกสองชั้น พร้อมทอร์ชั่นบาร์และโช้กอัพแก็ส ขณะที่ด้านหลังใช้แบบลีฟสปริงแป้นรูปครื่งวงรีใช้วัสดุทำด้วยเหล็กกล้า พร้อมโช้กอัพแก็ส

โครงการพัฒนารถกระบะโคโลราโด ใหม่ ใช้เงินลงทุนมูลค่ากว่า 60,000 ล้านบาท (2,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ) ในระยะเวลา 5 ปี โดยได้รับการพัฒนาใน 5 ทวีปเพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้ามากกว่า 60 ประเทศทั่วโลก

รถกระบะโคโลราโด ใหม่ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำกว่า อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้น พร้อมมอบความคุ้มค่ามากกว่าเดิม ขณะเดียวกัน ภายในห้องโดยสารและรูปลักษณ์ภายนอกได้รับการออกแบบใหม่ทั้งคันโดยสมบูรณ์ โครงการรถกระบะโคโลราโด ถือเป็นการเริ่มต้นโครงการพัฒนารถกระบะขนาดกลางครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ 100 ปีของเชฟโรเลต

สำหรับในประเทศไทย เชฟโรเลต เปิดตัวโคโลราโด รุ่นใหม่ออกจำหน่ายทั้งหมด 26 รุ่นย่อย แตกต่างที่เครื่องยนต์ ห้องโดยสาร และความสูงของรถทั้งแบบธรรมดาและยกสูง พร้อมกับรูปแบบตัวถังแบบซิงเกิลแค็บ เอ็กซ์เทนเดด-แค็บ และครูว์-แค็บ รวมถึงตัวถังแบบกว้าง และแบบปกติ ตลอดจนระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และ 4 ล้อ

ขุมพลังดูราแม็กซ์ ดีเซล เทอร์โบ รุ่นใหม่ล่าสุด มีให้เลือก 2 ขนาดซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ระดับรุ่น ถือเป็นการผสมผสานอย่างสมบูรณ์แบบระหว่างสมรรถนะ และความประหยัดเหนือกว่ารถกระบะในระดับเดียวกัน

มร.มาร์ติน แอพเฟล ประธานกรรมการ ประจำประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เชฟโรเลต โคโลราโด รุ่นใหม่ ที่เปิดตัวออกสู่ตลาดรถกระบะประเทศไทยที่กำลังเติบโตนั้น ได้รับการพัฒนาจากประสบการณ์หนึ่งศตวรรษของเชฟโรเลต ที่มุ่งสร้างสรรค์ยานยนต์ที่เหนือกว่าความต้องการของลูกค้า “เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่ประเทศไทย จะเป็นประเทศแรกในโลกที่เปิดตัวโคโลราโด รุ่นใหม่ ซึ่งถือเป็นโครงการพัฒนารถกระบะขนาดกลางที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจีเอ็ม” มร.แอพเฟล กล่าว “นี่คือ รถกระบะพันธุ์แกร่งที่ผลิตโดยคนไทย เพื่อคนไทย เป็นรถกระบะแห่งความภาคภูมิใจของประเทศไทย” มร.แอพเฟล กล่าวเพิ่มเติมว่า “โคโลราโด รุ่นใหม่ เกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการทางวิศวกรรม และโครงการการผลิตที่ใหญ่ที่สุด สะท้อนให้เห็นถึงทักษะอันโดดเด่น และศักยภาพอันยอดเยี่ยมของประเทศไทย ศูนย์การผลิตยานยนต์ของเรา ไม่เพียงมีประสิทธิภาพที่จะตอบสนองความต้องการในประเทศไทย หากรวมถึงทุกประเทศทั่วโลกทั้งในปัจจุบัน และอนาคต”

จากพื้นฐานการประกอบตัวถังบนแชสซีส์ (Body-on-frame) ของรถกระบะขนาดกลางขับเคลื่อนล้อหลังในระดับโลกของจีเอ็มนี้ โคโลราโด ใหม่ได้รับการออกแบบ พัฒนาทางวิศวกรรม และดำเนินการผลิตให้เป็นรถกระบะที่มีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุด มีสมรรถนะที่ดีที่สุด เอนกประสงค์ที่สุด และประณีตที่สุดในรถกระบะระดับเดียวกัน ขณะเดียวกัน โคโลราโด ใหม่ยังเป็นรถกระบะที่ปลอดภัยที่สุด โดยผ่านการพัฒนาอย่างเข้มข้นให้เทียบระดับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดในทุกประเทศที่จำหน่าย โดยระบบความปลอดภัยเพียบพร้อม ทั้งระบบควบคุมเสถียรภาพ ESC ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบป้องกันการลื่นไถล Traction Control ระบบรักษาสมดุลขณะเบรกในโค้ง CBC รวมถึงถุงลมนิรภัยคู่หน้า

มร.แบรด เมอร์เคล ผู้บริหารสายผลิตภัณฑ์ยานยนต์สำหรับรถกระบะขนาดกลางของจีเอ็ม โกลเบิล กล่าวว่า โคโลราโด ใหม่ โดดเด่นที่ความแข็งแกร่ง การออกแบบ และสมรรถนะที่สามารถแข่งขันกับรถกระบะที่ดีที่สุดยี่ห้อใดก็ได้ในโลก “เป้าหมายของเราตั้งแต่เริ่มต้นโครงการนี้ คือการสร้าง ‘รถกระบะที่ลากได้ทุกสิ่ง ลุยไปได้ทุกที่’ และนั่นคือสิ่งที่โคโลราโด พร้อมมอบให้แก่ลูกค้า” มร.เมอร์เคล กล่าว “เราพัฒนาระบบวิศวกรรมเพื่อตอบสนองการใช้งานเชิงพาณิชย์ และในชีวิตประจำวัน โคโลราโด สามารถบรรทุกหนักได้สารพัด เป็นรถขนสิ่งของสำหรับครอบครัว และเป็นรถที่ตอบสนองได้ทุกไลฟ์สไตล์ ซึ่งรวมถึงลูกค้าที่ต้องการรถกระบะระดับพรีเมียม”

มร.เมอร์เคล กล่าวเสริมว่า “ความเอนกประสงค์ดังกล่าว ถือเป็นประโยชน์สูงสุดสำหรับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นรุ่นใดก็ตาม ลูกค้าก็ยังจะได้รับรถกระบะที่มีโครงสร้างแข็งแกร่งตัวถังอยู่บนแชสซีส์ ขุมพลังขับเคลื่อนที่ทรงพลัง และการประกอบอย่างพิถีพิถัน ไม่มีการละทิ้งสุนทรียศาสตร์ หรือประนีประนอมในการเลือกใช้ชิ้นส่วนพื้นฐานใดๆทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นโคโลราโด ใหม่แบบ 2 ประตูเพื่อการขนส่งเต็มพิกัด ไปจนถึงโคโลราโด ครูว์-แค็บ 4 ประตูที่ให้ความหรูหรา”

“ไม่ว่าจะเลือกโคโลราโด รุ่นใดก็ตาม ลูกค้าก็จะได้รับรถกระบะที่มีความครบครันสมบูรณ์แบบ ทั้งการออกแบบที่โดดเด่น ความประหยัดน้ำมัน ความละเอียดประณีต และความสนุกสนานในการขับขี่ เรามีความภาคภูมิใจมากกับผลลัพธ์ที่ได้ในครั้งนี้” มร.เมอร์เคล กล่าว

เชฟโรเลต โคโลราโด ใหม่ สมรรถนะที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการ

พัฒนาการของโคโลราโด รุ่นใหม่ นำโดยทีมวิศวกรที่มีทักษะชั้นเยี่ยมของจีเอ็ม บราซิล ซึ่งใช้ประสบการณ์อันเชี่ยวกรากในการผลิตรถกระบะเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดแต่ละประเทศ ซึ่งรวมถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ทีมวิศวกรของจีเอ็ม เดินทางมาพักอาศัยในประเทศไทยตลอดช่วงการพัฒนาโคโลราโด เพื่อเข้าถึงตลาดรถกระบะเมืองไทยที่มีการแข่งขันสูงมาก และเฝ้าสังเกตการณ์รูปแบบการขับขี่ใช้งานอันหลากหลายของคนไทย ซึ่งทักษะความเชี่ยวชาญของทีมวิศวกรจีเอ็ม นำมาซึ่งการพัฒนาโคโลราโด รุ่นใหม่ ออกมา 3 ระดับ คือรุ่นเริ่มต้น LS รุ่นกลาง LT และรุ่นสูงสุด LTZ

โคโลราโด ใหม่มาพร้อมการขับขี่และการควบคุมที่เหนือความคาดหมายของตลาดรถกระบะขนาดกลาง ผลจากการปรับแต่งช่วงล่างและแชสซีส์สองระดับ รองรับการบรรทุกและลากจูง รวมถึงการใช้งานปกติในชีวิตประจำวันอีกด้วย

ขุมพลังขับเคลื่อน ติดตั้งเครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบดีเซล รุ่นใหม่ล่าสุดของจีเอ็ม ผสมผสานสมรรถนะสูงสุดและความประหยัดน้ำมันเหนือชั้น ด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ขนาด 2.5 ลิตร และ 2.8 ลิตรนั้นผลิตโดยศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ดีเซลมูลค่า 6,000 ล้านบาท (200 ล้านเหรียญฯ) ที่เพิ่งเปิดอย่างเป็นทางการของจีเอ็ม ประเทศไทย

เครื่องยนต์ขนาด 2.8 ลิตร ติดตั้งเทอร์โบแปรผันเพื่อสร้างพละกำลัง และความประหยัดในทุกรอบเครื่องยนต์ พร้อมติดตั้งเพลาถ่วงสมดุลย์เพื่อการขับขี่ที่ลื่นไหลนุ่มนวล โดยทั้งสองเครื่องยนต์มีชิ้นส่วนที่รองรับการใช้งานได้ระยะทางสูงถึง 240,000 กิโลเมตร

เครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ 2.8 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 180 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 470 นิวตัน-เมตรสำหรับเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และแรงบิด 440 นิวตัน-เมตรสำหรับเกียร์ธรรมดา 5 สปีด ขณะที่เครื่องยนต์ 2.5 ลิตร ดีเซล เทอร์โบ ให้พละกำลังสูงสุด 150 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตัน-เมตร

รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นสะดุดตา

ความโดดเด่นของรูปลักษณ์ภายนอกของโคโลราโด ใหม่นั้น สร้างสรรค์โดยศูนย์การออกแบบล้ำสมัยแอดวานซ์ ดีไซน์ เซ็นเตอร์ของจีเอ็ม ในนครเซาเปาโลของบราซิล โดยดึงเอาดีเอ็นเอความแกร่งหลายส่วนของรถต้น แบบโคโลราโด ที่เคยโชว์ตัวอยู่ในประเทศไทยอย่างยิ่งใหญ่ รวมถึง อาร์เจนติน่า ออสเตรเลีย และเยอรมนี ตลอดทั้งปีที่ผ่านมานี้

ดีไซน์ด้านหน้าของโคโลราโด เน้นความบึกบึนของฝากระโปรง การเพิ่มสันขอบทำให้โคโลราโด ดูแข็งแกร่ง พร้อมลุยทุกเส้นทาง โคมไฟหน้าโปรเจคเตอร์ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่สูงขึ้นเหนือฝากระโปรงหน้า ช่วยเพิ่มภาพลักษณ์ความสมบุกสมบันให้โคโลราโด

กระจังหน้าดูอัลพอร์ท เอกลักษณ์เฉพาะของเชฟโรเลต ล้อมกรอบด้วยโครเมียมพร้อมเน้นดีไซน์ลายตาข่ายที่ให้มุมมองแบบสามมิติ นอกจากนี้ ยังใช้โครเมียมตกแต่งทั้งก้านจับเปิดประตู ที่เปิดฝาท้าย ฝาครอบกระจกมองข้าง กรอบไฟหน้า และไฟตัดหมอก เพิ่มความหรูหราเต็มพิกัดสำหรับรุ่นท็อป

ขณะเดียวกัน ไฟท้ายของโคโลราโด ในรุ่นท็อปยังเป็นแบบแอลอีดี ส่องสว่างเห็นชัดเจน นับเป็นครั้งแรกของรถกระบะเชฟโรเลต

ความประณีตและมีระดับของรถกระบะโคโลราโด ใหม่ ยังสะท้อนออกมาด้วยพื้นผิวตัวถังรถภายนอกทั่วทั้งคัน รวมถึงฝากระโปรง และแผงประตู ซึ่งผสมผสานชั้นผิวตัวถังรถด้วยแสงธรรมชาติ เพื่อสีรถที่สดใหม่ เรียบลื่น และเนียนสายตา

ภายในสะดวกสบาย ตอบสนองทุกการใช้งาน

การออกแบบภายในห้องโดยสารเน้นความลื่นไหล และสมดุลด้วยดีไซน์แบบดูอัลค็อกพิท เอกลักษณ์เฉพาะเชฟโรเลต ผสานบุคลิกแบบรถยนต์นั่งเข้ากับความบึกบึนแบบรถกระบะไว้ในโคโลราโด รุ่นใหม่นี้

พื้นที่ช่วงไหล่ของเบาะตอนหน้าและแถวที่สอง พื้นที่ช่วงศีรษะ และความสูงเบาะที่นั่งที่มากที่สุดในรถกระบะระดับเดียวกัน ทำให้โคโลราโด ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่ และผู้โดยสารอย่างเต็มที่

นักออกแบบของจีเอ็ม ถ่ายทอดรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นสะดุดตาสู่ภายในห้องโดยสารของโคโลราโด ด้วยการใช้โครเมียมตกแต่งหลายจุด ทั้งคันเกียร์และหัวเกียร์ พวงมาลัย ระบบปรับอากาศ ที่เปิดประตู และสวิทช์เครื่องเสียง ขณะเดียวกัน มาตรวัดเรืองแสง และระบบปรับอากาศติดตั้งไฟแอลอีดี สีฟ้าไอซ์บลู (Ice Blue) อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต ที่ทำให้โคโลราโด ใหม่ยิ่งดูเหนือระดับ

ภายในห้องโดยสารของโคโลราโด ใหม่ ยังมีช่องเก็บของมากที่สุดในรถระดับเดียวกัน โดยเรกูลาร์ แค็บ มีทั้งหมด 16 ช่องเก็บของ เอ็กซ์เทนเดดแค็บ มีทั้งหมด 19 ช่อง และครูว์แค็บ มีทั้งหมดถึง 30 ช่องเก็บของ เบาะที่นั่งหุ้มผ้า หรือเบาะหนังเสริมด้วยวัสดุโทนเดียวกับวัสดุตกแต่งคอนโซลกลางในรุ่นท็อป มีการออกแบบที่เน้นขอบสันให้คมชัด ใช้วัสดุโฟมความหนาแน่นสองชั้นเพื่อความสบายในทุกการเดินทาง ขณะที่รุ่นเริ่มต้นใช้เบาะหนังแบบไวนิล  อุปกรณ์อำนวยความสะดวก อย่างช่องชาร์จไฟและช่องเชื่อมต่อ Auxiliary พร้อมพอร์ทยูเอสบีเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของโคโลราโด รุ่นใหม่

ภาพรวมโครงการพัฒนาเชฟโรเลต โคโลราโด รุ่นใหม่

  • นับเป็นโครงการวิศวกรรม และการผลิตครั้งใหญ่ที่สุดของจีเอ็ม ประเทศไทย
  • รวมมูลค่าการลงทุนโครงการนี้ 60,000 ล้านบาท รวมถึงการลงทุนมูลค่า 15,000 ล้านบาทของจีเอ็ม ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง สำหรับการผลิตโคโลราโด
  • เป็นการเริ่มต้นโครงการใหม่ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปีของเชฟโรเลต
  • มีการทดสอบขับมากกว่า 2.5 ล้านกิโลเมตรตลอดกระบวนการพัฒนาโครงการนี้
  • ได้รับการพัฒนาใน 5 ทวีป เพื่อลูกค้ามากกว่า 60 ล้านประเทศทั่วโลก
  • สำหรับการเปิดตัวและการผลิตในประเทศลำดับถัดไปนั้น จะประกาศอีกครั้งในอนาคตอันใกล้

เครื่องยนต์

  • ดูราแม็กซ์ เทอร์โบ-ดีเซล 2.5 ลิตร
  • ดูราแม็กซ์ เทอร์โบ-ดีเซล 2.8 ลิตร

ระบบส่งกำลัง

  • ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด
  • ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด
  • ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ 4Hi และ 4Lo ควบคุมด้วยไฟฟ้าตามความต้องการของผู้ขับขี่
Advertisements

5 คิดบน “พาชมงานเปิดตัว Chevrolet Colorado กระบะพันธุ์แกร่งและสวยสไตล์อเมริกัน

  1. รูปร่างสวยดุดันถายในก็หรูดีครับ..กำลังสนใจรุ่น4ประตู2.8ครับ2×4,4×4ตัวtopครับอยากทราบ ราคาและoptionแคมเปญต่างๆครับ

  2. ผมอยากได้มากครับ แต่ตอนนี้ไม่มีโชว์รูมไหนมีรถให้ผมเลย ผมอยู่ราชบุรีต้องการเป็นตอนครึ่งตัวสูงสีดำโชว์รูมไกล้เคียงมีบอกด้วยนะคับ

    • ช่วงนี้ยังไม่มีรถส่งมอบครับ
      เนื่องจากอะไหล่บางส่วนยังต้องรอจากโรจน์จนะ
      คาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่งส่งมอบได้เดือนมกราคมที่จะถึงครับ
      ถ้าสนใจ ติดต่อมาได้ครับ
      shooksiam@yahoo.com
      ยินดีบริการครับ
      SH “ที่ปรึกษาการขาย เชพโรเลต”

      • ขอบคุณที่มาช่วยตอบคำถามครับ ถ้าจะให้ผมช่วยประชาสัมพันธ์อะไร หรือเขียนบทความทดสอบรถ ก็ยินดีครับ

  3. เครื่องยนต์ก็เปรียบเหมือนหัวใจของรถยนต์
    ใครๆก็คงไม่อยากซื้อเชฟแต่ได้อีซูซุหรอกนะ
    หากเชฟใช้เครื่องของตัวเองไม่พึ่งอีซูซุ ก็คงทำให้น่าซื้อมาใช้

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s