Samsung Galaxy Tab 2 10.1″ / 7.0″ กับ iPad รุ่นใหม่ คุณจะเลือกอะไร?

Samsung Galaxy Tab 2 จะเริ่มวางจำหน่ายในประเทศไทยกลางเดือนมิถุนายนนี้แล้ว หลังจากที่ต้นเดือนมิถุนายน ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากกับยอดจอง Samsung Galaxy S III สีขาวที่เกินเป้า และลูกค้าทุกคนก็พอใจในตัวสินค้าเป็นอย่างดีหลังส่งมอบไปแล้ว แต่ Tab 2 รุ่นใหม่จะประสบความสำเร็จแค่ไหน จะสู้กับ iPad รุ่นใหม่ได้หรือไม่ มาวิเคราะห์กันครับ

Samsung Galaxy Tab 2 ในรุ่นหน้าจอ 7.0 นิ้ว ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 12,900 บาท ในประเทศไทยมีจำหน่ายเฉพาะสีขาวเท่านั้น โดยแยกรุ่น 3G 850 กับ 900 MHz ก่อนซื้อต้องแจ้งทางร้านให้ถูกต้องว่าเราจะเลือกใช้กับซิมการ์ดของผู้ให้บริการรายใด สามารถใช้โทรโดยการยกแนบหูคุยได้

ส่วนรุ่นหน้าจอ 10.1 นิ้ว ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 15,900 บาท ในประเทศไทยมีจำหน่ายทั้งสีเงินและสีขาวยอดนิยม รองรับ 3G ได้ทุกเครือข่ายในเครื่องเดียวกัน (Quad-band) โทรออกได้โดยใช้ Headset

ดีไซน์ของทั้งสองรุ่น มีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อย มาดูสเปคของรุ่น 10.1 กันก่อน

Network
HSPA+ 21Mbps 850/900/1900/2100
Processor
1.0 GHz Dual-Core Processor
Display
10.1” WXGA (1280×800) PLS TFT
OS
Android™ 4.0 (Ice Cream Sandwich)
Camera
Main(Rear) : 3 Megapixel Camera
Sub(Front) : VGA for Video Call
Video
Codec: MPEG4, H.264. H.263, VC-1, DivX, WMV7, WMV8, WMV9, VP8
Format: 3GP, ASF, AVI, MP4, WMV, FLV, MKV, WebM
Playback/ Recording: Full HD@30fps, HD@30fps
Audio
Codec : MP3, AAC, AC-3, AMR, FLAC, MID, WMA, WAV, OGG
Music Player with SoundAlive
3.5 mm Ear Jack
Polaris document editor
A-GPS, Glonass
Connectivity
Bluetooth® technology v 3.0
USB 2.0 Host
Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi Direct
Sensor
Accelerometer, Digital compass, Light
Memory
16/32GB User memory + 1GB (RAM) microSD (up to 32GB)
Dimension
Size : 256.7 x 175.3 x 9.7 mm
Weight : 581g(WiFi), 583g(3G)
Battery
Standard battery, Li-ion 7,000 mAh

Network
HSPA+ 21Mbps 850/900/1900/2100
Processor
1.0 GHz Dual-Core Processor
Display
7” WSVGA (1024×600) PLS TFT
OS
Android™ 4.0 (Ice Cream Sandwich)
Camera
Main (Rear) : 3 Megapixel Camera  Sub (Front) : VGA for Video Call
Video
Codec : MPEG4, H.263, H.264, VC-1, DivX, WMV7, WMV8, WMV9, VP8
Format : 3GP, ASF, AVI, MP4, WMV, FLV,
MKV, WebM
Playback / Recording : Full HD@30fps, HD@30fps
Audio
Codec : MP3, AAC, AC-3, AMR, FLAC, MID, WMA, WAV, OGG
Music Player with SoundAlive 3.5mm Ear Jack
Polaris document editor
A-GPS, Glonass
Connectivity
Bluetooth technology v 3.0
USB 2.0 Host
Wi-Fi 802.11 b/g/n, Wi-Fi Direct
Sensor
Accelerometer, Digital compass, Light Proximity
Memory
8 / 16 / 32 GB User memory + 1GB (RAM) microSD (up to 32GB)
Dimension
Size : 193.7 x 122.4 x 10.5 mm  Weight : 345g
Battery
Standard battery, Li-ion 4,000 mAh

เมื่อดูจากสเปคแล้ว โดยเฉพาะหน้าจอนั้น หยาบว่า iPad อย่างมาก ตัวหนังสือแตก ไม่คม เห็นขอบหยัก อ่านตัวอักษรได้ไม่สบายตา ไม่เหมาะสมกับการอ่าน e-book รวมทั้งการอ่านข้อความบน Social network ทุกตัว รูปภาพก็หยาบ แตกเห็นเป็นจุดๆ  สเปคในส่วนอื่นๆ ก็ไม่ได้โดดเด่นกว่า iPad  มาดูที่ดีไซน์กันบ้าง ทั้งสองรุ่นมีดีไซน์ที่สวยงามไปคนละแบบ ในขณะที่ iPad ดูแล้วน่าเบื่อ เพราะดีไซน์แทบไม่มีการพัฒนาเลย วัสดุของ iPad เหนือกว่า Galaxy Tab เพราะเป็นอลูมิเนียม ดูดีและแข็งแรงกว่าพลาสติก ในบรรดา Android tablet แล้ว ที่ดูสวยงามและบางเบาก็เห็นมี Toshiba รุ่นหลังๆ ที่สวยงามและลงตัวที่สุด แบตเตอรี่ของ Galaxy Tab ก็ยังให้น้อยกว่า iPad อยู่มากนัก อายุการใช้งานสั้นกว่าแน่นอน

อีกหนึ่งเรื่องที่เป็นข้อเสียของ Andriod tablet ทุกยี่ห้อ คือ แอพพลิเคชั่น แม้ว่าผู้ผลิตตัวเครื่องจะออกแบบมาให้ดีเยี่ยมเหนือ iPad ขนาดไหน แต่ก็ยังสู้ iPad ไม่ได้ในเรื่องของคุณภาพและกราฟฟิคหน้าจอของแอพพลิเคชั่นบน iPad ทำได้ดีกว่า ลองเปรียบเทียบดูได้ครับ เอาสองระบบมาเทียบกัน เปิดแอพพลิเคชั่นเดียวกันจากผู้พัฒนาเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็น Facebook, Twitter หรืออื่นๆในเครื่อง จะเห็นได้ว่า แอพพลิเคชั่นบนไอแพด มีฟอนต์สวยกว่า เมนูกราฟฟิคสวยกว่า การจัดเรียงตัวอักษรที่แน่นกว่า ใช้พื้นที่หน้าจออย่างเหมาะสม อ่านง่ายสบายตาไม่ว่าจะเป็น e-book e-newspaper e-magazine หรือรูปภาพต่างๆ บน iPad เหนือกว่า Android tablet เยอะครับ

จากประสบการณ์การใช้งานสองระบบคู่กันมาเป็นเวลาสองเดือน พบว่า Android tablet นั้น ไม่ค่อยมีประโยชน์ในการงานจริงสำหรับชีวิตธุรกิจ การศึกษา หรือความบันเทิง แอพพลิเคชั่นมีน้อยมากๆ และที่มีก็ทำได้ไม่ดีเท่า iPad

ไม่ได้หมายความว่า iOS เป็นระบบที่ดีนะครับ iOS บนโทรศัพท์นั้น ความสามารถต่ำมากๆ ข้อจำกัดมากมายจนไม่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น Smartphone  มีคนไม่น้อยที่เปลี่ยนจาก iPhone ไปใช้ Android Smartphone แม้ว่าราคาจะใกล้เคียงกัน แต่ Android เหนือกว่ามากในการจัดการโทรศัพท์ รายชื่อ และการถ่ายโอนไฟล์ที่สะดวก รองรับได้หลายรูปแบบ

สรุปนะครับ ใช้ Android Smartphone ระดับกลางๆถึงบน คู่กับ iPad เป็นคำตอบที่ดีที่สุด ไม่ต้องเชื่อผมก็ได้ครับ ทดลองใช้ดูด้วยสักระยะหนึ่ง แล้วคุณก็จะรู้เอง

Android tablet มีข้อดีตรงที่ มี Widget บนหน้า Home screen แสดงข้อมูลทุกอย่างที่คุณอยากรู้พร้อมกัน โดยที่ไม่ต้องเข้าแอพพลิเคชั่นทีละตัว ทำงานแบบ Multitasking ได้จริง แต่มันก็หน่วงๆ ตอบสนองช้า โดยเฉพาะคีย์บอร์ดนั้น ชัดเจนมาก หน่วงมากในขณะพิมพ์ข้อความ

สิ่งที่คนใช้ iPad ชอบทำคือ เปิดเครื่อง ปัดหน้าจอซ้ายทีขวาที แบบนั้นไม่ได้เป็นสิ่งที่แสดงว่าเครื่องลื่นไหลเร็วทันใจ แต่เป็นเพราะหน้าจอมีแต่ icon รกๆ ไม่รู้จะดูอะไร ต้องเปิดเข้าไปใช้งานทีละแอพพลิเคชั่น วิธีนี้ไม่ใช่การวัดว่า Tablet ระบบปฏิบัติการไหนลื่นกว่ากัน

——————————————————————————————-
เรียบเรียงบทความโดย วรพล ลิ่มศิริวงศ์ (Worapol Limsiriwong)

ติดต่อทำข่าว PR งานแถลงข่าวเปิดตัว / รีวิวผลิตภัณฑ์
โทร. 08-7909-7000  ●  Google+ : worapol@gmail.com
facebook.com/worapol  ●  twitter.com/digitalnext

ท่านสามารถนำบทความนี้ไปเผยแพร่ได้ในสื่อทุกประเภท
แต่ต้องทำลิงค์อ้างอิงมายังบทความหน้านี้ เพื่อให้เครดิต

Advertisements

2 คิดบน “Samsung Galaxy Tab 2 10.1″ / 7.0″ กับ iPad รุ่นใหม่ คุณจะเลือกอะไร?

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s