Review : Klipsch KMC1 & KMC3 ที่สุดของการฟังเพลงจากลำโพงไร้สาย

SONY DSC

Klipsch KMC1 และ KMC3 เป็น Wireless Music Speaker สองรุ่นที่น่าสนใจ ในราคาสมเหตุสมผล และอยากให้ได้ทดลองฟังก่อนตัดสินใจ  เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่ง 4-5 แบรนด์ในตลาด  กล้าพูดได้เลยว่า Klipsch สองรุ่นนี้อยู่ในอันดับต้นๆ มีดีมากพอที่จะเอาชนะคู่แข่งได้สบาย โดยส่วนตัวแล้ว ได้รู้จักลำโพง Klipsch สำหรับ Home Theater มายาวนานเกือบ 20 ปีที่แล้ว  และได้ทดลองฟังในขณะที่ไปติดตั้งชุด Home Theater ให้กับลูกค้ารายหนึ่งซึ่งเป็นเจ้าของโรงแรมชื่อดังกลางเมืองหาดใหญ่  แรกเห็นในยุคนั้น เป็นลำโพงขนาดเล็กที่มีดีไซน์สวยหรู  แต่ยิ่งชื่นชอบมากขึ้นอีกเมื่อได้ทดสอบเสียงหลังจากที่ติตตั้งให้กับลูกค้าเสร็จ  ทึ่งในคุณภาพและสนามเสียงที่ใหญ่เกินคาด ขัดแย้งกับภาพที่มองเห็นว่าเป็นแค่ลำโพงตัวเล็ก  จนทุกวันนี้ก็ยังประทับใจ Klipsch ไม่รู้ลืม

SONY DSC

จนกระทั่งเดือนพฤศจิกายน 2556  ถึงเวลาที่ Klipsch KMC3 ได้ฤกษ์วางจำหน่ายในไทย และตามมาด้วย KMC1 น้องเล็กอีกรุ่นในเดือนธันวาคม  เราก็ได้ขอยืมลำโพงไร้สายทั้งสองรุ่นนี้มาทดสอบเสียง  เป็นการรีวิวที่ถือว่าถูกช่วงเวลา เพราะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2556  มีลำโพงไร้สายจากแบรนด์อื่นที่ถือเป็นคู่แข่งโดยตรง ได้เปิดตัวและทำตลาดในไทย  เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดลำโพงไร้สายแบบพกพากำลังเติบโตมากขึ้น ในยุคที่คนรุ่นใหม่นิยมฟังเพลงผ่าน Mobile device และเชื่อมต่อกับลำโพงไร้สายหรือหูฟังไร้สายกันมากขึ้น

SONY DSC

Klipsch KMC1 มีขนาดเล็กกว่า KMC3 อย่างมาก  แต่ทั้งสองรุ่นมีจุดประสงค์ในการใช้งานที่แตกต่างกัน

SONY DSC

ลำโพงทั้งสองรุ่น มีให้เลือกหลายสี แต่ในระยะแรก นำเข้ามาจำหน่ายเฉพาะสีขาวและดำ

SONY DSC

KMC1 เหมาะสำหรับการพกพาไปใช้งานติดตัวได้ทุกที่ แต่ KMC3 เหมาะสำหรับการใช้งานภายในบ้าน หรือสถานที่ที่มีความกว้างใหญ่  ไม่ได้เคลื่อนย้ายลำโพงบ่อยๆ  ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพง่ายๆ ก็คือ KMC3 เหมาะสมกับการใช้ฟังเพลงในห้องนอน สั่งงานผ่านรีโมตคอนโทรลจากบนเตียง วางลำโพงบนโต๊ะ บนตู้ บนชั้นวาง  ส่วน KMC1 มีขนาดเล็กกว่า  ก็ถือไปฟังเพลงในห้องน้ำขณะอาบน้ำ หรือห้องครัวขณะทำอาหารหรือรับประทานอาหาร

SONY DSC

สัญลักษณ์ V ของแบรนด์ Klipsch ที่ดูอย่างไรก็เท่ มีเอกลักษณ์

SONY DSC

แผงด้านหน้าลำโพง เป็นโลหะเจาะรูให้เสียงออก ซึ่งการใช้โลหะแทนผ้า ทำให้มั่นใจได้เรื่องอายุการใช้งานและความทนทาน รวมทั้งการทำความสะอาดที่ง่ายกว่า

SONY DSC

KMC3 มีหูหิ้วด้านบน ทำให้นึกถึงลำโพง Boom Box ที่ได้รับความนิยมในบางประเทศ

SONY DSC

มาเริ่มต้นดูที่รุ่นเล็กกันก่อนกับ Klipsch KMC1 สีขาว  ลำโพงไร้สายแบบพกพาที่เชื่อมต่อง่ายๆ โดยใช้ NFC และ Bluetooth  สำหรับอุปกรณ์ที่นำมาเชื่อมต่อนั้น ถ้ามี NFC อยู่แล้ว ก็เพียงเปิดใช้งานแล้วนำมาวางสัมผัสกับตัว KMC1 มันจะเชื่อมต่อกันทันทีผ่าน Bluetooth  เป็นการใช้ NFC เพื่อนำร่องในการเชื่อมต่อ แต่การส่งสัญญาณจะใช้ Bluetooth ตลอดเวลา  หากอุปกรณ์ที่นำมาเชื่อมต่อไม่มี NFC  ก็สามารถใช้ Bluetooth ในการค้นหาและจับคู่เพื่อเชื่อมต่อกันได้  แต่การใช้ NFC ช่วย ทำให้การเชื่อมต่อสะดวกมากขึ้นกว่า เพราะระบบจะ initial และเลือกอุปกรณ์ทั้งสองให้จับคู่กันเองแบบกึ่งอัตโนมัติ

SONY DSC

ภายในกล่อง มี Audio cable มาให้ 1 เส้น ปลายสายทั้งสองข้างเป็นขั้วต่อ Stereo mini plug 3.5 mm. และมี Adapter ให้ 1 ชุดพร้อมขาปลั๊กที่เปลี่ยนได้ตามภูมิภาค

SONY DSC

SONY DSC

ด้านหลังลำโพง ก็เป็นตะแกรงโลหะสีดำเหมือนด้านหน้า

SONY DSC

สวิตช์ปิดเปิดตัวหลัก อยู่ที่ด้านหลัง

SONY DSC

ด้านล่างมีตัวรองกันลำโพงลื่นหรือเคลื่อนที่ในขณะที่ลำโพงทำงาน เพราะแรงสั่นสะเทือนเยอะมาก และตัวรองกันลื่นนี้ก็ทำหน้าที่ได้ดีมาก

SONY DSC

มีช่องต่อสัญญาณ Aux, ช่องต่อ Adapter สำหรับชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่ภายใน และช่องต่อ USB สำหรับชาร์จไฟให้กับอุปกรณ์อื่น เหมาะกับการใช้ชาร์จ Smartphone หรือ Tablet เพราะจ่ายกระแสได้สูงถึง 2100 mAh  ชาร์จไฟเต็มเร็วกว่าปกติ

SONY DSC

ปุ่มสั่งงานระบบสัมผัสด้านบนลำโพง จะมีไฟส่องสว่าง สีสันสวยงาม

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

สัญลักษณ์รูปตัว V  มองมุมไหนก็สวย

SONY DSC

มองเห็นไดรเวอร์ลำโพงแบบ Full-range สองตัวอยู่ภายใน

SONY DSC

SONY DSC

เปรียบเทียบขนาดกับ iPod touch รุ่นปัจจุบัน

SONY DSC

มาดูกันต่อที่รุ่นใหญ่ KMC3

SONY DSC

ตะแกรงโลหะสีดำด้านหน้าเช่นเคย ส่วนตัวเครื่องทำด้วยพลาสติกเคลือบผิวให้คล้ายยาง

SONY DSC

สัญลักษณ์รูปตัว V สีส้ม อยู่ที่ด้านซ้ายและขวาของลำโพง

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

วงกลมที่เห็นด้านหน้า เป็น IR Sensor รับการสั่งงานจากรีโมตคอนโทรลอินฟราเรด

SONY DSC

ปุ่มสั่งงานด้านบน เป็นระบบสัมผัสเหมือนกับ KMC1 พร้อมไฟส่องสว่างสวยงามเมื่อเปิดใช้งาน

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

ด้านหลังมีท่อลมขนาดใหญ่ แต่ช่องต่อที่เหมือนกับรุ่น KMC1

SONY DSC

ยางรองกันลื่นขนาดใหญ่ทำหน้าที่ได้ดี ใต้เครื่องมีฝาปิดช่องใส่แบตเตอรี่ขนาด D จำนวน 8 ก้อนสำหรับพกพาไปใช้งานนอกสถานที่ เป็นถ่านไฟฉายขนาดใหญ่ที่สุด ที่ค่อนข้างหาซื้อได้ยากแล้วในปัจจุบัน  แต่การใช้งานปกติเป็นการเสียบปลั๊กใช้งานมากกว่า

SONY DSC

SONY DSC

ดีไซน์สวยงาม โลโก้สีทองโดดเด่น

SONY DSC

SONY DSC

SONY DSC

เปรียบเทียบขนาดลำโพงกับ iPod touch

SONY DSC

SONY DSC

ในกล่องจะมี Adapter, Audio cable แบบสายแบน ขั้วต่อ Stereo mini plug 3.5 mm., คู่มือใช้งาน และรีโมตคอนโทรลไร้สาย

SONY DSC

SONY DSC

รีโมตคอนโทรลแบบบาง พร้อมแบตเตอรี่ CR2025 เหมือนที่ใช้กับเครื่องคำนวณชั้นสูง สามารถสั่งงานการเล่นและเปลี่ยนเพลงได้ด้วย

SONY DSC

KMC3 เป็นอีกตัวเลือกในตลาดที่น่าสนใจสำหรับลำโพงไร้สายขนาดใหญ่

SONY DSC

ทดสอบเสียงของ Klipsch ทั้งสองรุ่น

เริ่มต้นด้วยการเปิดลำโพง ง่ายๆ ปุ่มสั่งงานระบบสัมผัส ตอบสนองรวดเร็วว่องไว ไฟจาก LED สีแดงติดสว่างขึ้นมา นั่นคือพร้อมแล้วสำหรับความบันเทิงจาก Klipsch Music Center หรือ KMC ที่มาของชื่อรุ่น

จากนั้นก็เชื่อมต่อกับอุปกรณ์ ถ้าอุปกรณ์ที่มาเชื่อมต่อมีชิป NFC ก็แค่เปิดการเชื่อมต่อที่ลำโพงที่ปุ่ม Infinity  ไฟจาก LED สีฟ้าก็ปรากฎขึ้นมา นำอุปกรณ์ที่รองรับ NFC ไปแตะทาบ ก็จะเชื่อมต่อทันทีอย่างง่ายๆ  แต่ถ้าอุปกรณ์นั้นไม่มีชิป NFC  อย่างเช่นอุปกรณ์จาก Apple ทั้งหลาย  ก็ไม่ต้องนำไปแตะทาบ แต่เปิด Bluetooth แล้วค้นหาอุปกรณ์ตามชื่อรุ่น  สั่ง Pair แค่นี้ก็เชื่อมต่อกันได้แล้ว  ใช้เวลาน้อยกว่าการเชื่อมต่อ Bluetooth ของลำโพงไร้สายยี่ห้ออื่นครับ จากประสบการณ์ที่เคยทดสอบมาแล้วหลายยีห้อที่เป็นแบรนด์ดัง

เปิดเพลงจากอุปกรณ์ แล้วก็ทดสอบเสียงกันได้ทันที  พบว่าลำโพง Klipsch ทั้งสองรุ่น เปิดดังขนาดไหน ก็ไม่มีปัญหาเสียงแตกหรืออาการให้เห็นเลยว่า ขับลำโพงไม่ไหว  ต่างจากลำโพงไร้สายราคาแพงบางยี่ห้อ  ที่เมื่อเปิดดังเกิน 75% มีปัญหาเสียงแตกพร่า เพราะแบตเตอรี่หรือภาคจ่ายไฟไม่สามารถจ่ายกระแสได้เพียงพอ  โดยจังหวะเสียง Bass หนักๆ  มันจะดึงกระแสจากภาคจ่ายไฟอย่างหนัก  ดังนั้นเรื่องพลังเสียงและภาคจ่ายไฟของ KMC1 และ KMC3 ถือว่าสอบผ่าน ไม่มีอาการเสียงแตก ไม่มีอาการไฟไม่เพียงพอ โดยดูจากแสงของ LED และเสียงที่เปิดดังสุด  ให้คะแนนเต็มครับจุดนี้

ต่อมา มาตั้งใจฟังกันจริงๆ ในแบบจับผิด หาข้อบกพร่องให้ได้  โดยการนั่งฟังบริเวณหน้าลำโพง ห่างจากลำโพงตั้งแต่ 1 ฟุต แล้วถอยไกลออกมาประมาณ 5 ฟุต  เพื่อทดสอบความแตกต่างของเสียงในแต่ระยะห่างของจุดนั่งฟัง  เพราะมีลำโพงอีกแบรนด์หนึ่งที่เป็นคู่แข่งโดยตรงกับ Klipsch  เค้าทำได้ดีในเรื่องตำแหน่งการฟัง ให้เสียงที่ดีในทุกระยะ

ตกใจกับพลัง Bass ที่สั่นสะเทือนอย่างมาก  แต่ตู้ลำโพงยังวางนิ่งไม่มีการเคลื่อนที่  ยางรองกันลื่นใต้ลำโพง KMC1 และ KMC3 ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยม  ลำโพงทั้งสองรุ่นนี้ ให้พลังเสียง Bass ได้สะใจ มีพลัง มีแรงกระแทกและสั่นสะเทือนสมจริง ฟังสนุก มีเสียงในย่าน Deep Bass ให้รู้สึกสัมผัสได้บ้างอย่างไม่น่าเชื่อจากลำโพงตัวเล็กๆ  เอาเป็นว่ามันเป็นลำโพงที่ฟังเพลงได้สนุกในทุกจังหวะ ให้เสียงย่านทุ้มที่ดีเกินคาด เสียงใหญ่เกินตัว

KMC3 มีท่อลมด้านหลัง จึงต้องวางใกล้ผนังในระยะที่เหมาะสม เพื่อให้เสียง Bass สะท้อนกลับเข้ามาหาผู้ฟัง  โดยทั้งสองรุ่น เสียงย่านทุ้มจะไม่ได้พุ่งเข้ามาหาผู้ฟัง แต่จะกระจายรอบๆ ตามทิศทางของสนามเสียง

เสียงกลาง เสียงร้องที่ได้ยินจากลำโพง KMC1 และ KMC3  มีความชัดเจน ไม่อัดอั้น ไม่ล้ำหน้าจนโดดเด่นเกินไป แต่รู้สึกเหมือนว่าเสียงกลองจะเด่นกว่า เสียงร้องจะหลบเข้าไปข้างในเล็กน้อย  ใหรายละเอียดเนื้อเสียงที่ดีใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับหวานฉ่ำไพเราะเคลิบเคลิ้ม  เหมือนกับว่าเป็นการออกแบบลำโพงให้เน้นฟังสนุก มากกว่าที่จะเป็นลำโพงเน้นเสียงร้อง

เสียงแหลม ถือว่าดีพอตัว มีมิติ แต่ไม่กว้างมากนัก เพราะลำโพง L กับ R อยู่ใกล้กัน หันมุมยิงหาผู้ฟังในแนวตรงทั้งสองข้าง  KMC3 มีลำโพงเสียงแหลมแยกต่างหาก ต่างจาก KMC1 ที่เป็นลำโพงตัวเดียว Full range ตอบสนองครบทุกย่านความถี่ แต่ลำโพงทั้งสองรุ่นก็ให้เสียงแหลมที่ดี ไม่บาดหูจนน่ารำคาญ เสียงแหลมบางไปหน่อย ถูกรบกวนจากย่านเสียงทุ้มที่มีปริมาณมากอย่างโดดเด่น  ทั้งนี้ในการทดสอบ เป็นลำโพงใหม่ที่ยังไม่ผ่านการเบิร์น  ถ้าเสียงแหลมมากกว่านี้อีกนิด ก็จะเพิ่มความไพเราะใสกรุ๊งกริ๊งมากขึ้นอีก

Klipsch KMC1 และ KMC3 ไม่ได้ออกแบบมาสำหรับเพลงทุกแนว แต่เน้นแนวเพลงที่คนรุ่นใหม่นิยมฟัง เหมาะกับเพลง Pop ทั่วไป  เสียงย่านทุ้มกลาง ทำได้ดีเกินตัว เสียงย่านกลางแหลม อาจจะยังไม่ดีเท่าคู่แข่ง  ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับแนวเพลง ถ้าฟังเพลงตลาดทั่วไป Klipsch ก็ตอบสนองได้ดีอยู่แล้ว

ราคา KMC1 อยู่ที่ 8,900 บาทถือว่าน่าสนใจมาก ราคาต่ำกว่าและให้เสียงที่ดี ฟังสนุกกว่าคู่แข่งหลายยี่ห้อในตลาดที่มีระดับราคาใกล้เคียงกัน  คุ้มค่าสำหรับ Lifestyle ที่ชอบฟังเพลงบ่อยๆ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน พกพาไปฟังได้ทุกที่ ใช้งานสะดวก

ส่วน KMC3 ราคาขายอยู่ที่ 13,750 บาท ให้เสียงที่ดีใกล้เคียงกับคู่แข่ง หิ้วสะดวก ถือไปฟังเพลงกับกลุ่มเพื่อนพร้อมกันได้ในห้องขนาดใหญ่  แต่วัสดุผิวพลาสติกเคลือบยาง ทำให้ต้องดูแลรักษาดีเป็นพิเศษ มีรีโมทคอนโทรล สั่งงานได้สะดวก เหมาะกับการวางใช้งานเปิดฟังเพลงในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น

Klipsch แบรนด์ดังจากอเมริกา มีชื่อเสียงมายาวนานในการทำลำโพง มีสไตล์เสียงที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน  เมื่อเปรียบเทียบกับคู่แข่งอีก 3 แบรนด์ดัง  จะเห็นได้ชัดเจนว่าแต่ละแบรนด์ให้เสียงที่แตกต่างกันบ้างตามสไตล์บุคลิกของแบรนด์นั้นๆ  Klipsch ให้เสียงที่มีความสมดุล ออกแบบมาให้เหมาะสมกับเพลงส่วนใหญ่ในยุคปัจจุบัน  อยากให้ทดลองฟังกันครับ แล้วคุณจะหลงรัก Klipsch

ข้อสังเกต : เพื่อให้ได้รับฟังเสียงที่ดีที่สุด อย่าวางลำโพงให้สูงหรือต่ำกว่าแนวระนาบของหูผู้ฟังมากเกินไป เพราะมุมกระจายของเสียงแหลมค่อนข้างแคบ  เสียงแหลมยิงออกมาด้านหน้าในแนวระนาบตรงเท่านั้น  ส่วนเทียงทุ้มจะกระจายโอบล้อมรอบผู้ฟัง การนั่งฟังบริเวณหน้าลำโพงแนวตรง จะดีที่สุด เสียงแหลมไม่ drop

________________________________________________________________

ถ่ายภาพและเรียบเรียงบทความโดย วรพล ลิ่มศิริวงศ์ (Worapol Limsiriwong)

540109_598503986858477_815096020_nติดต่อทำข่าว PR งานแถลงข่าวเปิดตัว / รีวิวผลิตภัณฑ์
โทร. 08-7909-7000   ●  Google+ : worapol@gmail.com
facebook.com/nextinth  ●  twitter.com/digitalnext

ท่านสามารถนำบทความนี้ไปเผยแพร่ได้ในสื่อทุกประเภท
แต่ต้องทำลิงค์อ้างอิงมายังบทความหน้านี้ เพื่อให้เครดิต
และควรขออนุญาตก่อนนำภาพถ่ายในบทความไปใช้

Advertisements

1 คิดบน “Review : Klipsch KMC1 & KMC3 ที่สุดของการฟังเพลงจากลำโพงไร้สาย

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s