Review : DLS Flatsub Stereo-One Bluetooth 2.1ch

494_zoom13

Flatsub Stereo-One ลำโพง Subwoofer จาก DLS ที่มีจุดเด่นหลายอย่าง ตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบ Metro lifestyle ของคนเมือง  รวมทั้งการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์เล่นเพลงแบบไร้สาย ถือเป็นทีเด็ดของลำโพงรุ่นนี้

DLS แบรนด์เครื่องเสียงและลำโพงจากประเทศสวีเดนอันลือชื่อ  แต่เพิ่งจะเริ่มทำตลาดลำโพง Home use ในประเทศไทยเมื่อเดือนมกราคม 2557 นี้เอง  บางคนอาจจะเริ่มเห็นโฆษณาในสื่อออนไลน์และนิตยสารกันมาบ้างแล้ว  ซึ่งนักเล่นเครื่องเสียงรถยนต์ในไทย น่าจะรู้จักแบรนด์นี้กันเป็นอย่างดีอยู่แล้ว

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_21

ในบทความรีวิวครั้งก่อน เราได้รีวิวลำโพง DLS Flatbox รุ่น Slim Large กันไปแล้ว  ซึ่งเหมาะที่ใช้เปิดเพลงแบบ Easy listening เพื่อผ่อนคลายทั้งในบ้านหรือในร้านอาหาร  ด้วยรูปลักษณ์ของดีไซน์และการถ่ายทอดบุคลิกเสียงที่ลงตัวอย่างมาก  แต่ในครั้งนี้จะเป็นการรีวิวทดสอบใช้งานร่วมกับ Subwoofer ของ DLS เอง  เพื่อเติมเต็มพลังเสียงย่าน Bass ที่ขาดหายไป ให้หนักแน่น เต็มพลังเสียง

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_34

DLS Flatsub กับ Flatbox ที่เรานำมาจับคู่กันในครั้งนี้ มีความลงตัวในส่วนของดีไซน์ตั้งแต่แรกเห็น  ด้วยขนาดที่บางกว่าลำโพง Subwoofer ทั่วไปหลายเท่า  แน่นอนว่าช่วยประหยัดพื้นที่ในบ้านไปได้เยอะเลยทีเดียว ถูกใจนักฟังเพลงที่มีห้องนอนหรือห้องพังเพลงขนาดเล็ก โดยเฉพาะในคอนโดมิเนียมที่มีพื้นที่จำกัดมาก  ย้ำชื่อรุ่นกันอีกครั้ง ว่าเป็น Flatsub Stereo-One กับ Flatbox Slim Large จาก DLS  ราคารวมทั้งชุด อยู่ที่ 27,900 บาท (3 ชิ้นตามในภาพ)  อย่าเพิ่งมองว่าราคาแพง เพราะราคาที่สูง ก็สูงแบบสมเหตุสมผล

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_23

ลำโพง Subwoofer ที่เห็นนี้ แม้ว่าจะมีขนาดเล็ก บาง แต่น้ำหนักเยอะกว่าที่คิด คือ 8.5 kg. ตัวตู้ผลิตด้วยไม้คุณภาพสูงเนื้อหนา เหนือชั้นกว่าลำโพง Home Theater in the box แบรนด์จีน เกาหลี ญี่ปุ่น หลายเท่านัก ขนาดของตัวตู้ลำโพง Flatsub Stereo-One คือ (W x D x H) 550 x 165 x 300 mm

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_22

มันเป็น Active Subwoofer ที่มีภาคขยายเสียงแบบ 2.1 แชนเนลอยู่ภายในตัว  วงจรขยายแบบ Class-D  ให้กำลังขับสูงสุด 80 W สำหรับ Subwoofer และข้างละ 35 W สำหรับลำโพง Satellite  (รวม 80+35+35 W)

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_29

ลำโพง Woofer ขนาด 7″ และ Passive Radiator ขนาด 7″ เท่ากัน  ซึ่งไดรเวอร์ลำโพงทั้งสองข้างซ้ายนั้นไม่เหมือนกัน  หลายคนเห็นภาพแล้วคิดว่าลำโพงจริงอยู่ด้านขวา  แต่ผิดคาด เพราะลำโพงจริงคือตัวซ้าย อีกตัวด้านขวาคือ Passive Radiator ที่ช่วยเพิ่มพลังเบสในตู้เล็กๆ แบบนี้ ให้หนักแน่นยิ่งขึ้น

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_32

ตอบสนองความถี่ต่ำได้ลึกสุดถึง 32 Hz  วงจร Low pass filter เอาเสียงความถี่ย่านต่ำกว่า 250 Hz ป้อนให้ภาคขยายลำโพง Subwoofer  มีสวิตช์เพิ่มเบส (Bass EQ) ที่ยกระดับเสียงทุ้มลึกเพิ่มขึ้นอีก 5dB (ที่ 35 Hz)

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_31

นี่คือลำโพงฝั่งซ้ายที่เป็นไดรเวอร์ลำโพง Subwoofer จริงๆ โดมลำโพงไม่นูนยื่นออกมา

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_30

ฝั่งขวาที่โดมลำโพงนูนเหมือน Woofer ปกติ กลับเป็นแค่ Passive Radiator  แต่การขยับของกรวยลำโพงก็ดูเหมือนลำโพงปกติทุกประการ  ปุ่มควบคุมอยู่ในตำแหน่งตรงกลางระหว่างไดรเวอร์ทั้งสอง  ซึ่งจะต้องถอดแผง Grill ลำโพงออกมา จึงจะใช้งานปุ่มเหล่านี้ได้  มีไฟ LED แสดงสถานะอยู่ด้านบนสุด ถัดลงมาเป็น Volume control แยกอิสระของลำโพง Satellite และ Subwoofer  สุดท้ายเป็นปุ่มปรับช่วงความถี่ย่านต่ำของ Subwoofer และสวิตช์ Bass EQ

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_24

มาดูด้านหลังของ Flatsub รุ่นนี้กันบ้าง  เห็นขาแขวนและขารองผนังทรงกรวยแหลมคล้ายทิปโท

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_25

แผงหลังทำด้วยอลูมิเนียมทำสีดำ ยึดสกรูมากมาย มีสวิตช์เปิดอัตโนมัติเมื่อป้อนสัญญาณเสียงเข้า มีช่องต่อสัญญาณ Aux In แบบ Stereo mini plug และรับสัญญาณ Stereo Line Input แบบ RCA

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_26

ขั้วต่อสายลำโพงแบบ Biding-post คู่บนนั้น เป็น Input สำหรับเชื่อมต่อเสียงมาจาก Amplifier ภายนอก จึงเรียกว่า High Level Input นั่นเอง  ส่วน Biding-post คู่ล่างนั้น เป็น Output จาก Amplifier ภายในตู้ลำโพง สำหรับต่อออกไปยังลำโพง Satellite 2 ตัวซ้าย-ขวา  ส่วนพอร์ต USB ที่เห็นนั้นสำหรับจ่ายไฟเลี้ยง 5 V. ไม่สามารถนำแฟลชไดรว์มาเสียบเล่นเพลงได้

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_35

ในกล่องมีคู่มือการใช้งานเบื้องต้นมาให้ มีถุงมือสำหรับใช้ในขณะติดตั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้ลำโพงสีขาว White Slik เปื้อนจากการเจาะผนังติดตั้ง  นอกนั้นเป็นปลั๊กไฟและสาย USB

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_27

Hilight ของลำโพง Subwoofer รุ่นนี้ คือ การเชื่อมต่อแบบไร้สาย โดยมี Apt-X Wireless Bluetooth Receiver แบบภายนอก เราสามารถติดตั้งไว้ในจุดที่รับสัญญาณได้ดีที่สุด โดยไม่มีสิ่งกีดขวางได้อย่างอิสระ  เป็นกล่องรับสัญญาณขนาดเล็ก ใช้ไฟเลี้ยงจาก USB หลังลำโพงหรือเสียบปลั๊กก็ได้ มีสวิตช์ปิดเปิดพร้อม LED แสดงสถานะ

dls_flatbox_slimlarge_digitalnext_28

เมื่อเปิดใช้งาน Bluetooth บน Computer, Tablet, หรือโทรศัพท์มือถือ  จะค้นพบอุปกรณ์ Bluetooth ชื่อว่า DLSBTR10  ก็ให้ Connect และลองเปิดเพลงจากอุปกรณ์ที่ใช้เชื่อมต่อได้ทันที

dls-flatsub8-1

ทดสอบเสียง

จากการทดสอบเสียง เราพบว่าการติดตั้งและจัดวาง DLS Flatsub Stereo-One มีผลต่อเสียงอย่างมาก  วิศวกร DLS ออกแบบลำโพงตระกูล Flatsub และ Flatbox มาให้ใช้งานด้วยการแขวนชิดผนังเท่านั้น  ย้ำว่าต้องแขวนให้ชิดผนัง และควรเว้นให้มีพื้นที่เหลือรอบตู้ลำโพงทุกด้าน  เราได้ทดลองนำเอา DLS Flatsub มาวางบนโต๊ะหรือบนพื้น ก็ให้เสียงที่แตกต่างกัน  รวมทั้งการวางแบบไม่ชิดผนัง เว้นระยะด้านหลังให้ห่างจากผนัง 5, 10, 15, 20 หรือมากกว่านั้น  เสียงก็เปลี่ยนไปอย่างรู้สึกได้

494_zoom19

494_zoom3

สองภาพข้างบนนี้ เป็นการติดตั้งชุดลำโพง DLS ที่แตกต่างกัน  โดยภาพล่างจะเป็นการติดตั้งที่ถูกต้อง  คือ ระยะห่างจากลำโพง Satellite ทั้งสองข้าง ไม่ควรจะน้อยเกินไป เพื่อมิติเสียงที่เหมาะสม ตามสัดส่วนของห้อง  และ Subwoofer จะต้องแขวน หากแขวนไม่ได้ สามารถวางพื้นได้แต่จะต้องชิดผนัง การวางบนตู้หรือชั้นวาง หรือวางไว้ในจุดอับทึบ ทำให้คุณภาพเสียงแย่ลง ปริมาณและคุณภาพของเสียง Deep bass เปลี่ยนไป

ลำโพงดีไซน์บางแบบนี้ จำเป็นต้องแขวนบนผนังที่มีความแน่นให้แนบชิด เพื่อสร้างความมั่นคงและนิ่งสนิทของตู้ลำโพง  ส่วนตำแหน่งซ้ายขวาของ Subwoofer ในห้องฟัง ก็แตกต่างกันตามสภาพแวดล้อมของห้อง  อาจจะต้องทดลองเปลี่ยนตำแหน่งการวาง Subwoofer เพื่อหาตำแหน่งที่ดีที่สุด ค่อยๆ ขยับทีละนิด

เราทดสอบเสียงจากการเล่นเพลงบน Samsung Galaxy Note 3 และ iPhone 5  พบว่าลำโพง DLS Flatsub มีพลังขับที่ดีเยี่ยม เบสสะใจ หมุนปรับ Volume เพียง 10-12 นาฬิกาก็ดังเพียงพอและ Balance ดีแล้ว

จากเดิม DLS Flatbox Slim Large ที่เคยรีวิวในครั้งก่อน  พบว่ามันไม่เหมาะกับเพลงในบางแนวเช่น เพลง Dance, Rock หรือเพลงที่มีจังหวะหนักๆ  แต่เมื่อนำมาจับคู่กับ Subwoofer รุ่น Flatsub Stereo-One แล้ว  เป็นความลงตัวที่เติมเต็มให้กันอย่างสมบูรณ์  ไม่ว่าเพลงจะแนวไหน จังหวะหนักแน่นเพียงใด ก็เอาอยู่ พลังล้นเหลือเฟือ เพราะภาคขยายภายในตัวลำโพง Flatsub นั้นมีพลังแรงจริง รวมทั้งไดรเวอร์ลำโพงทั้ง Satellite และ Subwoofer ก็สามารถรองรับกำลังขับมากๆ ได้สบาย

วัสดุและงานประกอบที่สุดเนี๊ยบ ดีไซน์ที่ลงตัวกับเฟอร์นิเจอร์ในห้อง สะท้อนรสนิยมของเจ้าของห้อง  ลำโพง DLS ดีไซน์เรียบแต่สวยหรูแบบอมตะ  Grill ด้านหน้าลำโพงสามารถเปลี่ยนได้สองสี เบื่อก็เปลี่ยนได้ตามใจภาพ  แข็งแรงทนทาน ถอดเข้าออกบ่อยแค่ไหนก็หมดห่วง ไม่หลวมง่าย

ปุ่มปรับระดับความดัง แม้ว่าจะอยู่ใต้ Grill แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องถอดออกเพื่อปรับบ่อยๆ  เพราะออกแบบลำโพงเพื่อใช้งานกับอุปกรณ์ Smart device แบบไร้สาย หรือคอมพิวเตอร์ Notebook  การปรับที่อุปกรณ์มันง่ายกว่าปรับที่ลำโพง  เราแค่ตั้งระดับไว้ให้เหมาะสมกับการใช้งานทั่วไป ไม่ดังหรือเบาจนเกินไป  ที่เหลือก็ปรับได้จากซอฟต์แวร์เล่นเพลง

ระดับความดังของ Subwoofer ก็ไม่ควรปรับไว้มากเกินไป อาจกลบย่านเสียงกลางแหลมที่ออกมาจากลำโพง Satellite ได้  หรือหากจะนำลำโพง Subwoofer รุ่นนี้ไปจับคู่กับลำโพง Satellite รุ่นอื่น ก็จะต้องหาจุด Balance ให้เหมาะสม ที่ได้ยินครบทุกย่านเสียงในจุดที่นั่งฟัง  ดังนั้นในการ Set up และ Tune up ครั้งแรก อาจจะใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ก็ทำเพียงครั้งเดียว แล้วจะมีความสุขกับการฟังเพลงตลอดไป

ข้อสังเกต

ด้วยราคาขายปลีกของ Subwoofer ตัวนี้อยู่ที่ 19,900 บาท ยังไม่รวมลำโพง Satellite ที่นำมาจับคู่  ถือว่าแพง  ในขณะที่คู่แข่งอย่าง JBL, Denon, Klipsch, Yamaha, Onkyo ที่จัดเป็นชุดลำโพง 5.1ch มาจำหน่ายพร้อมกับ AV Receiver ดูเหมือนจะคุ้มค่าคุ้มราคามากกว่า ในราคาเพียงหมื่นปลายๆ จนถึง 3-4 หมื่นบาทแล้วแต่รุ่น  เพราะฉะนั้นผู้ที่เลือก DLS น่าจะเป็นลูกค้าที่ใส่ใจกับเรื่องดีไซน์ของลำโพงเป็นพิเศษ ให้มีความกลมกลืนไปกับเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งห้อง  เรียกว่า ต้องการลำโพงที่มองดูไม่ขัดตาและสบายหู  รวมทั้งมีสไตล์ของตัวเองอย่างชัดเจน กล้าที่จะแตกต่างอย่างเหนือระดับ

_______________________________________________________________

ถ่ายภาพทั้งหมดและเรียบเรียงบทความโดย วรพล ลิ่มศิริวงศ์ (Worapol Limsiriwong)

digitalnext_kfc

ติดต่อทำข่าว PR งานแถลงข่าวเปิดตัว / รีวิวผลิตภัณฑ์

โทร. 08-7909-7000  ●  Google+ : worapol@gmail.com
facebook.com/nextinth  ●  twitter.com/digitalnext

ท่านสามารถนำบทความนี้ไปเผยแพร่ได้ในสื่อทุกประเภท
แต่ต้องทำลิงค์อ้างอิงมายังบทความหน้านี้ เพื่อให้เครดิต
ผู้เขียนและควรขออนุญาตก่อนนำภาพถ่ายไปใช้ในทุกกรณี

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s