anitech แบรนด์ไทยลุย AEC ตั้งเป้าขอเป็นอันดับหนึ่งภายใน 3 ปี

anitech ลุย AEC มั่นใจก้าวเป็นเบอร์หนึ่งภายใน 3 ปี พร้อมประกาศรับประกันสินค้าทั่วเอเชียเป็นรายแรก

สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป ลุยตลาด AEC เต็มสูบ ขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าแบรนด์ไทยมาตรฐานญี่ปุ่น “anitech” และ “nobi” ลงตลาดเมียนมาร์ ลาว เวียดนาม และกัมพูชา คาดครอบคลุม 10 ประเทศภายใน 3 ปี ก่อนบุกเจาะตลาดจีนและเอเชีย ตั้งเป้า 5 ปี แบรนด์ไทยคลุมตลาดเอเชีย  ชูจุดแข็งประกาศรับประกันสินค้าทั่วเอเซีย ด้วยวงเงินคุ้มครองสูงสุดถึง 300,000 บาท มั่นใจดีไซน์โดนใจ นวัตกรรมและความหลากหลายของสินค้าตอบโจทย์ลูกค้าทุกเพศและวัย

Anitech Press

นายพิชเยนทร์ หงษ์ภักดี ประธานกรรมการบริหาร บริษัท สมาร์ท ไอดี กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเดิมเปิดตลาดอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ภายใต้แบรนด์แอนิเทค (anitech) ต่อมาได้เพิ่มอีก 3 แบรนด์ในการทำตลาด ได้แก่ โนบิ (nobi), โมโนเวทีฟ (monovativ) และเพนทากอนซ์ (Pentagonz)  เล็งเห็นว่าสินค้า IT ในประเทศกลุ่มอาเซียน และเอเชีย ถือว่าเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง มีโอกาสเติบโตอีกมาก รวมถึงหลายประเทศยังมีความต้องการด้าน IT เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่มสินค้าอุปกรณ์ต่อพ่วงคอมพิวเตอร์ มือถือ และกลุ่มสินค้าปลั๊กไฟที่ถือเป็นกลุ่มสินค้าคอนซูเมอร์ไลฟ์สไตล์ (Consumer Lifestyle) ที่จำเป็นในชีวิตประจำวันจากไลฟ์สไตล์ที่ปรับเปลี่ยน โดยสินค้าเหล่านี้ยังไม่มีผู้นำตลาดที่แท้จริงจากความหลากหลายของสินค้า จึงนับเป็นโอกาสที่ดีของบริษัทที่จะเข้าไปเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้า

ด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากการนำแบรนด์ “แอนิแทค (anitech)” เข้าไปยังกลุ่มประเทศ AEC  ทั้งในเมียนมาร์ สปป.ลาว และเวียดนาม  ทำให้แบรนด์ “แอนิแทค (anitech)” มีส่วนแบ่งทางการตลาดแต่ละประเทศมากขึ้น ซึ่งจะขยายครอบคลุมทั้ง 10 ประเทศในกลุ่ม AEC ในปี 2561  และตั้งเป้าเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายยังประเทศจีนที่มีมูลค่าตลาดสูงมาก จากนั้นจะขยายไปยังประเทศอื่น ๆ ให้ครอบคลุมทั่วเอเชียภายในปี 2563

บริษัทได้ทำการขยายการผลิตในเมืองไทยเพื่อให้สอดคล้องกับการขยายตลาดใน AEC โดยทางบริษัทได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ซึ่งช่วยให้สามารถควบคุมต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพได้เป็นอย่างดี ขณะที่มีการลงทุนในส่วน R&D LAB จะสามารถเพิ่มจำนวนสินค้าหมวดใหม่จาก 500 เป็น 2,000 รายการ และยังทำให้การออกแบบสินค้าใหม่ดูโดดเด่นกว่าสินค้าของแบรนด์อื่นๆ ทั้งการเพิ่มมูลค่าให้สินค้า และกระตุ้นความต้องการซื้อ ตลอดจนมีการตรวจสอบคุณภาพสินค้าที่เข้มงวดก่อนออกจำหน่าย ซึ่งทั้งหมดเป็นกลยุทธ์การแข่งขันด้านดีไซน์และคุณภาพสินค้าที่จะช่วยให้แบรนด์สินค้ามีความยั่งยืนมากกว่าการแข่งขันทางด้านราคาเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ยังอยู่ในระหว่างการลงทุนระบบการจัดการภายในขององค์กร (ERP) และปรับปรุงระบบ Supply Chain ใหม่เพื่อการพัฒนาให้เป็นธุรกิจขนาดใหญ่จากที่อยู่ในระดับ SME และสร้างแบรนด์ให้แข็งแรง ส่งมอบได้เร็วขึ้น และทันต่อการเปลี่ยนแปลงตามความต้องการของผู้บริโภค

สำหรับบริการหลังการขายบริษัทให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เช่นเดียวกับการรับประกันสินค้า โดยแบรนด์ “แอนิแทค (anitech)”  สร้างความเชื่อมั่นด้วยการคุ้มครองผู้ใช้งานสินค้าจากการบาดเจ็บ และความเสียหายต่อทรัพย์สินที่อาจเกิดขึ้น (Products Liability Insurance) ด้วยการตั้งวงเงินคุ้มครองด้านความปลอดภัยในการรับประกันสินค้าสูงสุดถึง 300,000 บาท ซึ่งเป็นการสร้างจุดขายและมาตรฐานใหม่ให้กับสินค้าในอุตสาหกรรมเดียวกัน และถือเป็นแบรนด์แรกในกลุ่มสินค้านี้ ซึ่งการรับประกันสินค้าครอบคลุมถึงการซื้อสินค้าและนำไปใช้ในต่างประเทศ กลุ่มผู้ใช้ที่ชื่นชอบเดินทางท่องเที่ยวในต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น จีน เกาหลี และประเทศอื่นๆ ทวีปเอเชีย

ทั้งนี้ ปีที่ผ่านมาบริษัทมีรายได้รวมอยู่ที่ 170 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้ในประเทศ 95% และต่างประเทศ 5% คาดรายได้รวมทั้งปีอยู่ที่ 190 ล้านบาท หากในอนาคตบริษัทมีการจำหน่ายสินค้าไปในกลุ่มประเทศ AEC และจีนเพิ่มน่าจะส่งผลให้สัดส่วนรายได้ปรับเปลี่ยนไป โดยบริษัทตั้งเป้าหมายในปี 2016 เพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มเป็น 20% ในประเทศอยู่ที่ 80% ในปี 2018 เพิ่มเป็นสัดส่วน 50% เท่ากัน และในปี 2020 เพิ่มสัดส่วนรายได้ต่างประเทศเพิ่มเป็น 20% ในประเทศอยู่ที่ 80%

อย่างไรก็ตาม เพื่อกระตุ้นและจูงใจให้พื้นที่การขายมากขึ้น บริษัทได้จัดทำโปรแกรมการตลาดกับคู่ค้า (Trade Promotion) กับหน้าร้านค้าปลีก รวมถึงการทำแคมเปญสร้างความเชื่อมั่นกับคุณภาพสินค้าซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญ เนื่องจากตลาดต่างประเทศจะให้เครดิตสินค้าจากประเทศไทยค่อนข้างมาก ดังนั้นการที่ได้ประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้สินค้า หรือตัวแทนจำหน่ายได้รับรู้ถึงนโยบายการคุ้มครองผู้ใช้งานสินค้าและความเสียหายต่อทรัพย์สิน การรับประกันสินค้าที่ผู้ใช้สินค้าสามารถเปลี่ยนสินค้าได้ตลอดอายุของการรับประกันของสินค้านั้น ๆ เมื่อเกิดปัญหา รวมทั้งการรับประกันความเสียหายต่อทรัพย์สินทั่วเอเชียจะช่วยผลักดันให้สินค้าได้รับความนิยม เพราะลูกค้ามีความมั่นใจที่จะใช้สินค้าของบริษัทมากยิ่งขึ้น

Advertisements

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s